สำนักการศึกษา www.bmaeducation.in.th | แผนผังเว็บไซต์  
กรุงเทพมหานคร
หมวด สำนักการศึกษา :
สื่อการเรียนรู้
สื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ

วิวัฒนาการของมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา

วิวัฒนาการมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา
                                                                                                                                         นายอิสสระ   ลลิตวณิชกุล
                                                                                                                                                นักวิชาการศึกษา 5
              วิวัฒนาการของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน ได้ส่งอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในทุกด้าน    และเนื่องจากมัลติมีเดียเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมีศักยภาพ
การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการศึกษา เริ่มต้นในประเทศสหรัฐอเมริกา ราวปี ค.ศ.1960  เป็นการนำมัลติมีเดียมาช่วยในการสอนของครู  ซึ่งเรียกว่า “สื่อคอมพิวเตอรช่วยสอน” หรือ “Computer AssistedInstruction (CAI)”  ในบางประเทศใช้คำว่า “Computer  Assisted  Learning (CAL)” หรือ “Computer ManagedLearning (CML)”  ซึ่งทั้งหมดนี้มีความหมายคล้ายคลึงกันคือ การใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอนนั่นเอง  แต่เดิมมานั้นเรายังไม่ได้มีการใช้ web technology ความหมายของ CAI จึงค่อนข้างยึดติดกับการนำเสนอบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานโดยลำพังโดยไม่มีการเชื่อมระหว่างกัน (stand alone) และค่อนข้างจำกัดอยู่ในลักษณะ offline  โดยหลักแล้ว CAI ประกอบด้วย 4Is คือ
1.        Information  (ข้อมูล)
2.        Interactive  (ปฏิสัมพันธ์)
3.        Immediate feedback (ปฏิกิริยาตอบสนองแบบทันที)
4.        Individualization (ความเป็นปัจเจกบุคคลในการใช้)
 
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน หรือ CAI ในระยะแรก  จะใช้อยู่แต่ในมหาวิทยาลัย โดยจัด
เป็นเนื้อหาตามหลักสูตรและหมวดหมู่วิชา  เป็นโปรแกรมเบ็ดเสร็จที่รวมเอาเนื้อหาบทเรียน และแบบวัดผลไว้ด้วยกัน  จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ชุดการสอน” (courseware)  นอกจากนั้น คอมพิวเตอร์ยังได้ถูกนำมาใช้เพื่อฝึกอบรมบุคลากรในการเรียนรู้วิธีการทำงาน  การใช้เครื่องมือ  เครื่องจักร  หรืออื่นๆ ด้วย  จึงมีการใช้คำว่า
“Computer  Based  Training (CBT)” หรือ “Computer  Based  Learning (CBL)”  ซึ่งหมายถึง  คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยในการฝึกอบรม  โดยผู้เรียนอาศัยเรียนจากโปรแกรมมัลติมีเดียที่ออกแบบไว้บนจอคอมพิวเตอร์ไว้นั่นเอง
 
                                การนำเอาสื่อประเภทต่างๆ เช่น ภาพกราฟิก เสียง ภาพเคลื่อนไหว วีดิทัศน์ และดนตรี มาใช้ร่วมกัน และควบคุมการแสดงผลด้วยซอฟต์แวร์โปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น  ได้เริ่มขึ้นในกลางทศวรรษ 1990
นั่นเอง  โดยเป็นการใช้มัลติมีเดียเพื่อให้ผู้เรียนได้รับความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ไปในขณะเดียวกันทำให้เกิดศัพท์ใหม่ขึ้นมาคือ คำว่า “edutainment” (education + entertainment) และ “infortainment” (information +
entertainment)  รูปแบบของเกมเพื่อความบันเทิงผ่านมัลติมีเดีย เช่น  นินเทนโด (Nintendo) หรือ เซกา (Zega)
เป็นที่นิยมของเด็กๆ ทั่วโลกเป็นจำนวนมาก  ทำให้มีการผลิตโปรแกรมมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้ในรูปแบบของซีดีรอมกันอย่างแพร่หลาย  เมื่อนับถึงปี ค.ศ.1998 มีผู้ผลิตซีดีรอมมัลติมีเดียออกจำหน่ายมากกว่า 20,000 เรื่อง  ในจำนวนนี้เป็นซอฟแวร์โปรแกรมทางด้านการศึกษา และประเภทที่ใช้อ้างอิงค้นคว้ามากกว่าครึ่ง
 
                                อย่างไรก็ตาม  เนื่องจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
โทรคมนาคม  สื่อมัลติมีเดียจึงได้แสดงบทบาทมากขึ้นในเครือข่ายสากลแบบออนไลน์    เนื่องจากมีการนำ
มัลติมีเดียมาใช้เพื่อการศึกษาในแนวคิดใหม่  เปลี่ยนการเรียนรู้จากเนื้อหาที่ถูกบรรจุตายตัวไว้ในซีดีรอมมาเป็นการอสวงหาข้อมูลใหม่ๆ จากแหล่งข้อมูลอันไร้พรมแดนของอินเทอร์เน็ต ทำให้การเรียนการสอนด้วยมัลติมีเดีย
ในรูปแบบใหม่มีประสิทธิภาพและน่าเพลิดเพลินขึ้นกว่าเดิม  การเรียนทางไกลผ่านทางเว็บ ไม่ว่าจะเป็นรูปของอินเทอร์เน็ต  อินทราเน็ต  หรือเอ็กซ์ทราเน็ต ก็ตาม  จะเรียกกันว่า Web-Based  Instruction (WBI) หรือ Web-
Based  Learning (WBL) หรือ Online  Learning  ซึ่งก็คือ การนำเอามัลติมีเดียไปแสดงไว้บนเว็บ นั่นเอง
                                ปัจจุบันนี้  บทบาทของมัลติมีเดียเพื่อการศึกษาได้เพิ่มความสำคัญมากขึ้น  เมื่อมีการเรียนรู้ผ่านระบบ e-Learning  ซึ่งหมายถึง การศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ต  อินทราเน็ต หรือเอ็กซ์ทราเน็ต  การเรียนในระบบ e-Learning นี้   ผู้เรียนจะได้เรียนตามความสามารถและความสนใจของตนและสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมชั้นเรียนทุกคน  สามารถติดต่อ ปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันได้เช่นเดียวกับการเรียนในชั้นเรียนปกติ  โดยอาศัยเครื่องมือการติดต่อสื่อสารที่ทันสมัย (e-mail, web-board,
chat)  จึงเป็นการเรียนสำหรับทุกคน  เรียนได้ทุกเวลา และทุกสถานที่ (Learning for all : anyone, anywhere andanytime)
 

บทบาทของมัลติมีเดีย

เพื่อการศึกษาในปัจจุบัน  
                ข้อได้เปรียบของสื่อมัลติมีเดียที่มีเหนือกว่าสื่อเพื่อการศึกษาอื่นๆ คือ ศักยภาพของเครื่อง
คอมพิวเตอร์ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์  ทำให้เกิดการประมวลผลข้อมูลและนำเสนอข้อมูล ภาพ และเสียง
อย่างมีประสิทธิภาพ  แม้ว่าการใช้มัลติมีเดียเพื่อการศึกษาจะมีข้อเสียเปรียบสื่ออื่นๆ อยู่บ้าง   เนื่องจากความ
ซับซ้อนของระบบการทำงาน และราคาของเครื่องคอมพิวเตอร์และโปรแกรมการใช้งานที่สูงกว่าสื่อประเภท
อื่น  แต่ประสิทธิภาพของมัลติมีเดียก็สามารถสร้างประโยชน์ให้การเรียนการสอนได้แบบคุ้มค่า    เพราะการ
 
ออกแบบมัลติมีเดียที่เหมาะสมและการบูรณาการสื่อหลายๆ ประเภทเข้าด้วยกัน  ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่าง
มีชีวิตชีวา หลากหลายรูปแบบตามความสนใจของผู้เรียน  ในปัจจุบัน บทบาทของมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา
มีดังต่อไปนี้
1.        มัลติมีเดียในรูปแบบของซีดีรอมมีลักษณะเด่นคือ เก็บข้อมูลได้มาก  ผู้เรียนสามารถใช้ได้
ง่าย  นอกจากนั้นยังเก็บรักษาและพกพาได้สะดวก
2.        มัลติมีเดียช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง  ตามศักยภาพ ความสะดวก และความ
ต้องการของตน
3.        มัลติมีเดียเปลี่ยนบทบาทของครูจากผู้สอนและป้อนความรู้ให้แก่นักเรียน  เป็นผู้ทำหน้าที่
ช่วยชี้แนะและกำกับ
4.        มัลติมีเดียทำให้เกิดการสอนที่หลากหลายรูปแบบเช่น  สามารถสร้างสถานการณ์จำลอง
ช่อยให้มีการฝึกฝน การแก้ไขปัญหา  ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อวิธีการเรียนรู้ และกระบวน
การคิดหาคำตอบ
5.        มัลติมีเดียเพื่อการศึกษา  สามารถออกแบบให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายต่างๆ โดยเฉพาะ
เจาะจงเช่น กลุ่มอายุ อาชีพ และความรู้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน
6.        ปัจจุบันนี้ มีการพัฒนาโปรแกรมช่วยสร้างบทเรียน (authoring tool) ที่ง่ายต่อการใช้งาน
มากยิ่งขึ้น  ทำให้ครู นักเรียน และบุคคลทั่วไปสามารถสร้างบทเรียนมัลติมีเดียเพื่อการ
ศึกษาด้วยตนเองได้
7.        มัลติมีเดียช่วยลดข้อจำกัดด้านสภาพภูมิศาสตร์ เพราะผู้เรียนสามารถติดต่อโต้ตอบกับครู
และนักเรียนด้วยกันได้ตลอดเวลา     ทั้งแบบ synchronous  และ asynchronous   ทั้งยังสามารถเชื่องโยง บันทึก และเรียกใช้ข้อมูลจากคลัง (digital archive) ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์
และสถานศึกษาทั่วโลกได้  เป็นการส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียมกันในการศึกษาอีกทางหนึ่ง
8.        ศักยภาพของมัลติมีเดียมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและหลากหลายรูปแบบตามวิวัฒนาการ
ของเทคโนโลยีสารสนเทศ   โดยเฉพาะเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตซึ่งช่วยส่งเสริมให้ศักยภาพ
ของมัลติมีเดียสามารถให้บริการในรูปแบบต่างๆ แก่ผู้ใช้จำนวนมหาศาลบนเครือข่ายสากล
อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาที่ไร้พรมแดนอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
 
………………………………..
 เอกสารอ้างอิง
       (ร่าง) แผนแม่บทมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา  กรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ  :  หน้า 5-7

<< ย้อนกลับ

ได้รับคะแนน 8.59 จากผู้โหวด 27 ราย ผู้อ่าน 4950 ราย

กรุณาให้คะแนน

หน้าแรก | ประชาสัมพันธ์ | โครงสร้างผู้บริหาร | ข้อมูลสารสนเทศ | สาระน่ารู้ | แนะนำรร.ในกทม.
เว็บบอร์ด | สื่อการเรียนรู้ | ติดต่อเจ้าหน้าที่

  

สำนักการศึกษา
โทรศัพท์ 0-2437-6631-5 Ext 0
โทรสาร 0-2861-1636 Email Address tded_bma@hotmail.com

เงินด่วน